สภาพปัจจุบันสำนักงานศึกษาธิการภาค 7

สำนักงานศึกษาธิการภาค 7 เป็นหน่วยงานที่เกิดขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจ   ตามข้อ 2 และข้อ 7 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 11/2559 เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ลงวันที่ 21 มีนาคม 2559 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศให้จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค 1-18 สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการขึ้น ตามบัญชีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกําหนด เพื่อปฏิบัติภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ ทําหน้าที่ขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภาคและจังหวัด โดยการอํานวยการ  ส่งเสริม  สนับสนุน  และพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานอื่นหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น ๆ และให้มีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) กําหนดยุทธศาสตร์และบทบาทการพัฒนาภาคต่างๆ ให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกับ    ทิศทางการพัฒนาประเทศ นโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ และยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด รวมทั้งการพัฒนาด้านอื่น ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ ตามศักยภาพและโอกาสของบุคคลและชุมชนในแต่ละพื้นที่ (2) สนับสนุนการพัฒนาจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านวิชาการ การวิจัยและพัฒนา (3) กํากับดูแล ติดตาม และประเมินผลการดําเนินงานของสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ (4) สนับสนุนการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการดําเนินงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่รับผิดชอบ  (5) ประสานการบริหารงานระหว่างราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้เกิดการพัฒนาอย่างบูรณาการในระดับพื้นที่ของหลายจังหวัด โดยยึดการมีส่วนร่วมและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลัก (6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย โดยกำหนดให้สำนักงานศึกษาธิการภาค 7         ตั้งสำนักงานอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่ 5 จังหวัด  ในเขตตรวจราชการที่ 7 ได้แก่ จังหวัดกระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต และระนอง

ที่ตั้งและอาณาเขต

สำนักงานศึกษาธิการภาค 7 ตั้งอยู่เลขที่ 33/32 ถนนดำรง ตำบลตลาดใหญ่    อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ดูแลและรับผิดชอบพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง     มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดและบริเวณใกล้เคียง ดังนี้ 

ทิศเหนือ          ติดต่อกับ         อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร

ทิศใต้              ติดต่อกับ         จังหวัดสตูล  และทะเลอันดามัน

ทิศตะวันออก     ติดต่อกับ         จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับ         ทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย


ลักษณะภูมิประเทศ

สำนักงานศึกษาธิการภาค 7 รับผิดชอบพื้นที่ในเขตตรวจราชการที่ 7 ตั้งอยู่บริเวณคาบสมุทรภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีรูปร่างพื้นที่ทอดตัวเป็นแนวยาวตามแนวเหนือ-ใต้ มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลของมหาสมุทรอินเดียเป็นแนวยาวถึง 878 กิโลเมตร โดยมีลักษณะภูมิสัณฐานเป็นทิวเขาสูงติดชายฝั่งทะเลที่มีลักษณะชายฝั่งจมนํ้าและเว้าๆ แหว่งๆ โดยมีเกาะริมทวีป (Continental Island) และเกาะขวางกั้น (Barrier Island) กระจายตัวตลอดแนวชายฝั่งทะเลอันดามันโดยอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ประมาณ 568-828 กิโลเมตร มีพื้นที่รวมกันทั้งสิ้นประมาณ 17,688.915 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 11,055,571.875 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 24 ของพื้นที่ภาคใต้ โดยจังหวัดตรังมีพื้นที่โดยรวมมากที่สุด (4,941.439 ตารางกิโลเมตร) และจังหวัดภูเก็ต      มีพื้นที่น้อยที่สุด (570.034 ตารางกิโลเมตร) มีเขตการปกครองประกอบด้วย 5 จังหวัด 34 อำเภอ  235 ตำบล และ 1,716 หม่บ้าน ครอบคลุมทั้งส่วนที่เป็นพื้นที่ทางบกและพื้นที่ทางทะเล ตลอดจน  เกาะต่างๆ รวมทั้งหมด 412 เกาะ ส่วนสภาพภูมิอากาศโดยรวมเป็นแบบมรสุมในเขตร้อน ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกชุกตลอดปีและมีเพียง 2 ฤดู คือ     ฤดูฝนและฤดูร้อน โดยแต่ละจังหวัดมีลักษณะภูมิประเทศ ดังนี้

จังหวัดระนอง

จังหวัดระนอง ตั้งอยู่ทางภาคใต้ตอนบน ติดกับทะเลอันดามัน มีเนื้อที่ ประมาณ 3,298.045 ตารางกิโลเมตร  มีลักษณะรูปร่างเรียวยาวและแคบ จากทิศเหนือสุดจดใต้สุดยาว 169 กิโลเมตร มีส่วนที่กว้างที่สุดที่เป็นพื้นดิน ประมาณ 25 กิโลเมตร และมีส่วนที่แคบที่สุด 9 กิโลเมตร สภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบ ร้อยละ 14 ภูเขา ร้อยละ 86 และมีเกาะในทะเลอันดามัน 62 เกาะ    มีทิวเขา หุบเขาสลับซับซ้อนและเป็นป่าปกคลุม สำหรับเทือกเขาจะเป็นทิวยาวในแนวเหนือ-ใต้ ประกอบด้วย  เขาพ่อตาโชงโดง เขาแดน เขาห้วยเสียด ฯลฯ สภาพภูมิอากาศ เนื่องจากจังหวัดระนองได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทั้งสองฤดู ทำให้ได้รับไอน้ำและความชุ่มชื้นมาก อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 28.01 องศาเซลเซียส ลมมรสุม ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีแหล่งกำเนิดจากบริเวณความกดอากาศสูงในซีกโลกบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งพัดออกจากศูนย์กลางเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้และเปลี่ยนเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้เมื่อพัดข้ามเส้นศูนย์สูตร มรสุมนี้จะนำมวลอากาศชื้นจากมหาสมุทรอินเดียมาสู่ประเทศไทยทำให้มีเมฆมากและฝนตกทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามบริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดระนองและเทือกเขาด้านรับลมจะมีฝนมากกว่าบริเวณอื่น ดังนั้น จึงเป็นจังหวัดที่มีฝนตกชุก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 3,400 มิลลิเมตรต่อปี บางปีปริมาณสูงถึง 4,000 - 45,000 มิลลิเมตร สำหรับฤดูกาลจะมี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว (ข้อมูลเดือนตุลาคม 2559)

จังหวัดพังงา

จังหวัดพังงา ตั้งอยู่ทางภาคใต้ตอนบนชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกติดกับทะเลอันดามัน       มีพื้นที่ทั้งหมด 4,170.895 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิประเทศมีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ทอดเป็นแนวยาวจากทิศเหนือไปทิศใต้ มีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 239.25 กิโลเมตร มีพื้นที่เป็นป่าไม้ประเภทไม้ผลัดใบ มีชนิดป่าที่สำคัญ ได้แก่ ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น และป่าชายเลน สำหรับบริเวณที่เป็นที่ราบ     จะลาดลงจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกลงสู่ทะเลอันดามัน ตามชายฝั่งทะเลจะมีป่าชายเลนเกือบตลอดพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่เป็นเกาะประมาณ 105 เกาะ  และบางเกาะมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวไปทั่วโลก เช่น หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ เกาะตาชัยและเกาะยาว เป็นต้น สภาพภูมิอากาศเป็นแบบมรสุมเมืองร้อน ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนและฤดูฝน ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย ปีละประมาณ 3,614.5 มิลลิเมตร (ข้อมูลเดือนตุลาคม 2559)

 จังหวัดภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่บนภาคใต้ตอนบนฝั่งตะวันตก มีลักษณะเป็นหมู่เกาะรวม 39 เกาะ ประกอบด้วย เกาะภูเก็ต และเกาะบริวาร 38 เกาะ  (เกาะบริวารมีพื้นที่รวม 27 ตารางกิโลเมตร) วางตัวเป็นแนวจากทิศเหนือไปทิศใต้  ซึ่งเกาะภูเก็ตเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ 570.034 ตารางกิโลเมตร มีส่วนที่กว้างที่สุด เท่ากับ 21.3 กิโลเมตร และส่วนที่ยาวที่สุด เท่ากับ 48.7  กิโลเมตร  สภาพภูมิประเทศพื้นที่โดยรอบประกอบด้วย ภูเขา ทะเล และหาดทราย ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 70 เป็นภูเขา และพื้นที่ประมาณร้อยละ 30 เป็นพื้นที่ราบอยู่ตอนกลางและตะวันออกของเกาะ พื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเป็นดินเลนและป่าชายเลน สำหรับชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก เป็นภูเขาและหาดทรายที่สวยงาม สภาพภูมิอากาศเป็นแบบภูมิอากาศเขตศูนย์สูตร อุณหภูมิเกือบจะคงที่ตลอดทั้งปี ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้มีลักษณะอากาศชุ่มชื้นตลอดปี     มี 2 ฤดู คือ ฤดูฝนและฤดูร้อน อัตราเฉลี่ยฝนตกประมาณ 170 วัน ต่อปี ฝนตกชุกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม สภาพเศรษฐกิจมีความหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะผูกขาดกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว (ข้อมูลเดือนตุลาคม 2559)

 จังหวัดกระบี่

จังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่ทางด้านฝั่งทะเลตะวันตกของภาคใต้ ติดกับทะเลอันดามัน มีพื้นที่ 4,708.512 ตารางกิโลเมตร  สภาพภูมิประเทศทางตอนเหนือ ประกอบด้วย เทือกเขายาวทอดตัวไปในแนวเหนือใต้สลับกับสภาพพื้นที่แบบลูกคลื่นลอนลาดและลอนชัน มีที่ราบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกบริเวณทางตอนใต้มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขากระจัดกระจายสลับกับพื้นที่แบบลูกคลื่น ส่วนบริเวณทางตอนใต้สุดและตะวันตกเฉียงใต้ มีสภาพพื้นที่เป็นแบบลูกคลื่นลอนลาดจนถึงค่อนข้างราบเรียบ และมีภูเขาสูงๆ ต่ำๆสลับกันไป บริเวณด้านตะวันตกมีลักษณะเป็นชายฝั่งติดกับทะเลอันดามันยาวประมาณ 160 กิโลเมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ประมาณ 154 เกาะ แต่เป็นเกาะที่มีประชากรอาศัย         อยู่เพียง 13 เกาะ เกาะที่สำคัญ ได้แก่ เกาะลันตา เป็นที่ตั้งของอำเภอเกาะลันตา และเกาะพีพีซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเมือง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามติดอันดับของโลก บริเวณตัวเมืองมีแม่น้ำกระบี่        ยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ไหลผ่านลงสู่ทะเลอันดามัน ที่ตำบลปากน้ำ นอกจากนี้ยังมีคลองปกาสัย  คลองกระบี่ใหญ่ และคลองกระบี่น้อย ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาพนมเบญจา ที่สูงที่สุดในจังหวัด  สภาพภูมิอากาศเป็นแบบมรสุมในเขตร้อนและได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือทำให้มีฝนตกชุกตลอดปี ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยประมาณ 2,069 - 2,263.1 มิลลิเมตรต่อปี มี 2 ฤดู คือ ฤดูฝนและฤดูร้อน  (ข้อมูลเดือนตุลาคม 2559)

จังหวัดตรัง

จังหวัดตรัง มีพื้นที่เลียบชายฝั่งทะเลตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย ยาวประมาณ 119  กิโลเมตร  มีพื้นที่ ประมาณ  4,941.439  ตารางกิโลเมตร เป็นลำดับที่ 4 ของภาคใต้ และลำดับที่ 33 ของประเทศ สภาพภูมิประเทศเป็นเนินสูงๆ ต่ำๆ สลับด้วยภูเขา พื้นที่ราบมีเพียงส่วนน้อย มีพื้นที่ป่าประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่จังหวัด สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น สำหรับท้องที่ที่อยู่ติดกับทะเลมีป่าชายเลนที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ และมีหมู่เกาะในทะเลอันดามันกว่า 46 เกาะ ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอกันตัง 12 เกาะ อำเภอปะเหลียน 13 เกาะ และอำเภอสิเกา 21 เกาะ สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้นและมีป่าชายเลนบางส่วน  นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำตรัง และแม่น้ำปะเหลียน สภาพภูมิอากาศได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนและฤดูฝน (ข้อมูลเดือนตุลาคม 2559)สำหรับสภาพภูมิอากาศเขตตรวจราชการที่ 7 โดยรวมเป็นแบบมรสุมในเขตร้อน โดยจำแนกเป็นรายจังหวัด ดังนี้

 

 

 

สภาพภูมิอากาศ
สำหรับสภาพภูมิอากาศเขตตรวจราชการที่ 7 โดยรวมเป็นแบบมรสุมในเขตร้อน โดยจำแนกเป็นรายจังหวัด ดังนี้
จังหวัดระนอง
จังหวัดระนอง มีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน โดยได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มี 3 ฤดู ประกอบด้วย
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ระยะนี้เป็นช่วงว่างของฤดูมรสุมจะมีลมจากทิศตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ทำให้อากาศร้อนทั่วไป อากาศจะร้อนที่สุดในเดือนเมษายน แต่ไม่ร้อนมากนักเนื่องจากภูมิประเทศเป็นคาบสมุทรอยู่ใกล้ทะเล กระแสลมและไอน้ำจากทะเลทำให้อากาศคายความร้อนลงไปมาก
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ถึงกลางเดือนตุลาคม โดยจะมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย และร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคใต้เป็นระยะๆ        อีกด้วย ทำให้มีฝนตกตลอดฤดู และเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมจะมีฝนตกชุกที่สุดในรอบปี
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ในระยะนี้จะมีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเย็นและแห้งจากประเทศจีนพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้อุณหภูมิลดลงทั่วไปและมีอากาศหนาวเย็น
จังหวัดพังงา
จังหวัดพังงา มีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มีเพียง 2 ฤดู ประกอบด้วย
ฤดูร้อน  เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง เมษายน
ฤดูฝน   เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึง ธันวาคม
จังหวัดภูเก็ต
จังหวัดภูเก็ต มีลักษณะภูมิอากาศแบบเขตศูนย์สูตรอยู่ในเขตอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี มีเพียง 2 ฤดู  ประกอบด้วย
ฤดูร้อน  เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม ถึง มีนาคม
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ถึง พฤศจิกายน
จังหวัดกระบี่
จังหวัดกระบี่ มีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมในเขตร้อนและได้รับอิทธิพลจาก       ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกชุกตลอดปี มีเพียง 2 ฤดู ประกอบด้วย
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง เมษายน
ฤดูฝน   เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึง ธันวาคม
จังหวัดตรัง
จังหวัดตรัง มีลักษณะภูมิอากาศแบบร้อนชื้นสลับชุ่มชื้น ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกชุกตลอดปี มีเพียง 2 ฤดู ประกอบด้วย
ฤดูร้อน  เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง เมษายน
ฤดูฝน   เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึง ธันวาคม

สภาพภูมิอากาศ

สำหรับสภาพภูมิอากาศเขตตรวจราชการที่ 7 โดยรวมเป็นแบบมรสุมในเขตร้อน โดยจำแนกเป็นรายจังหวัด ดังนี้

จังหวัดระนอง จังหวัดระนอง มีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน โดยได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มี 3 ฤดู ประกอบด้วยฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ระยะนี้เป็นช่วงว่างของฤดูมรสุมจะมีลมจากทิศตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ทำให้อากาศร้อนทั่วไป อากาศจะร้อนที่สุดในเดือนเมษายน แต่ไม่ร้อนมากนักเนื่องจากภูมิประเทศเป็นคาบสมุทรอยู่ใกล้ทะเล กระแสลมและไอน้ำจากทะเลทำให้อากาศคายความร้อนลงไปมากฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ถึงกลางเดือนตุลาคม โดยจะมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย และร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคใต้เป็นระยะๆ อีกด้วย ทำให้มีฝนตกตลอดฤดู และเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมจะมีฝนตกชุกที่สุดในรอบปีฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ในระยะนี้จะมีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเย็นและแห้งจากประเทศจีนพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้อุณหภูมิลดลงทั่วไปและมีอากาศหนาวเย็น   
จังหวัดพังงา  จังหวัดพังงา มีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มีเพียง 2 ฤดู ประกอบด้วยฤดูร้อน  เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง เมษายน ฤดูฝน   เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึง ธันวาคม  
จังหวัดภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต มีลักษณะภูมิอากาศแบบเขตศูนย์สูตรอยู่ในเขตอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี มีเพียง 2 ฤดู  ประกอบด้วยฤดูร้อน  เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม ถึง มีนาคมฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ถึง พฤศจิกายน
จังหวัดกระบี่ จังหวัดกระบี่ มีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมในเขตร้อนและได้รับอิทธิพลจาก ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกชุกตลอดปี มีเพียง 2 ฤดู ประกอบด้วยฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง เมษายนฤดูฝน   เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึง ธันวาคม
จังหวัดตรัง จังหวัดตรัง มีลักษณะภูมิอากาศแบบร้อนชื้นสลับชุ่มชื้น ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกชุกตลอดปี มีเพียง 2 ฤดู ประกอบด้วย ฤดูร้อน  เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง เมษายนฤดูฝน   เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึง ธันวาคมสภาพทางเศรษฐกิจ

 

สภาพทางเศรษฐกิจ

พื้นที่ในเขตตรวจราชการที่ 7 ส่วนใหญ่เป็นแหล่งเกษตรกรรม โดยมีพืชเศรษฐกิจ
ที่สำคัญ  ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน  ผลไม้  กาแฟ และการทำประมง การเลี้ยงกุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย  นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตจากการเกษตร เช่น โรงงานน้ำมันปาล์ม  โรงงานแปรรูปไม้ยางพารา  ผลไม้กระป๋อง เป็นต้น  แต่สภาพทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่มีรายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งทุกจังหวัดได้ส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง  ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และระนอง ส่งผลให้ประชากรที่อยู่ในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง  สามารถประกอบอาชีพที่มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีค่อนข้างสูง ทั้งนี้ ประชากรในจังหวัดภูเก็ตมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีสูงที่สุด จำนวน 224,275 บาท รองลงมาได้แก่ จังหวัดพังงา  จำนวน 1226612 บาท  จังหวัดกระบี่  จำนวน 119,869 บาท  จังหวัดตรัง จำนวน 72,666 บาท และประชากรในจังหวัดระนอง มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีต่ำสุด  จำนวน 95,874 บาท

การคมนาคม

 ทางบก

     เส้นทางหลักปัจจุบันส่วนใหญ่เป็น 4 ช่องจราจร ยกเว้นเส้นทางหลวงหมายเลข 4 ที่ยังเป็น 2 ช่องจราจร ซึ่งในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 กรมทางหลวงได้กำหนดแผนการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4 ให้ขยายเป็น 4 ช่องจราจร รวมระยะทาง 195 กิโลเมตร

 ทางเรือ

     มีท่าเรือน้ำลึกที่จังหวัดภูเก็ต และมีท่าเรือชายฝั่งที่จังหวัดระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต และตรัง

ทางอากาศ

    มีท่าอากาศยาน รวม 4 แห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตท่าอากาศยานกระบี่ ตรัง และระนอง โดยท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตเป็นท่าอากาศยานที่มีผู้โดยสารและเที่ยวบินหนาแน่นเป็นอันดับสองของประเทศรองจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดย มีผู้โดยสาร 11,401,498 คน และมีเที่ยวบินใช้บริการประมาณ 75,974 เที่ยวบิน กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการขยายและพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต (พ.ศ.2558-2559) เพื่อเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคและสามารถรองรับรองรับผู้โดยสาร จำนวน 12.5 ล้านคนต่อปี ไปแล้วนั้น   ยังมีแผนโครงการที่จะดำเนินการพัฒนาคลังสินค้าท่าอากาศยานกระบี่เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าทางอากาศ และปรับปรุงพัฒนาท่าอากาศยานตรังต่อไป

สภาพทางสังคม ศาสนาและวัฒนธรรมประเพณี

ประชากรในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 7 ส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตแบบเกษตรกร มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย นับถือศาสนาพุทธ คิดเป็นร้อยละ 71.62  ศาสนาอิสลามร้อยละ 27.43 ศาสนาคริสต์ร้อยละ 1.98 และศาสนาอื่นๆ ร้อยละ 0.51 นอกจากนี้ยังมีศาสนสถานสำคัญ ได้แก่ วัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) วัดพระทอง จังหวัดภูเก็ต  วัดตะโปทาราม จังหวัดระนอง เป็นต้น  ประเพณีที่สำคัญ ได้แก่ ประเพณีปล่อยเต่า งานกาหยู วันเข้าพรรษา วันสารทไทย การถือศีลกินผัก ประเพณีลอยเรือชาวเล การละเล่นลิเกป่า มโนราห์ และหนังตะลุง นอกจากนี้ยังมีงานเสด็จพระแข่งเรือจังหวัดระนอง

สภาพสังคมและการปกครอง

  เเขตตรวจราชการที่ 7 แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 5 จังหวัด 34 อำเภอ 235 ตำบล และ1,716 หมู่บ้าน ครอบคลุมทั้งส่วนที่เป็นพื้นที่ทางบกและพื้นที่ทางทะเล ตลอดจนเกาะต่างๆ รวมทั้งหมด 412 เกาะ ดังนี้

จังหวัดกระบี่ แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ 53 ตำบล 389 หมู่บ้าน 

1) องค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน  1 แห่ง

2) เทศบาลเมือง จำนวน  1 แห่ง

3) เทศบาลตำบล จำนวน 12 แห่ง

4) องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 48 แห่ง

จังหวัดตรัง แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ 87 ตำบล 723 หมู่บ้าน ประกอบด้วย  

1) องค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน  1 แห่ง

2) เทศบาลนคร จำนวน  1 แห่ง

3) เทศบาลเมือง จำนวน  1 แห่ง

4) เทศบาลตำบล จำนวน 20 แห่ง

5) องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 77 แห่ง

จังหวัดพังงา แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ 48 ตำบล 321 หมู่บ้าน ประกอบด้วย 

1) องค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน  1 แห่ง

2) เทศบาลเมือง จำนวน  2 แห่ง

3) เทศบาลตำบล จำนวน 13 แห่ง

4) องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 36 แห่ง

จังหวัดภูเก็ต แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 3 อำเภอ 17 ตำบล 103 หมู่บ้าน ประกอบด้วย 

1) องค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน  1 แห่ง

2) เทศบาลนคร จำนวน  1 แห่ง

3) เทศบาลเมือง จำนวน  2 แห่ง

4) เทศบาลตำบล จำนวน  9 แห่ง

5) องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน  6 แห่ง

จังหวัดระนอง แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 5 อำเภอ 30 ตำบล 178 หมู่บ้าน ประกอบด้วย 

1) องค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน  1 แห่ง

2) เทศบาลเมือง จำนวน  2 แห่ง

3) เทศบาลตำบล จำนวน 10 แห่ง

4) องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 18 แห่ง


แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 09 กุมภาพันธ์ 2017 เวลา 11:18 น.)